ก่อนฉีดวัคซีนโควิด ต้องเตรียมตัวอย่างไร และลงทะเบียนฉีดวัคซีนได้ที่ไหน
เคล็ดลับห้องดี · 16/01/2023 เวลา 14:49 น.
ก่อนฉีดวัคซีนโควิด ต้องเตรียมตัวอย่างไร และลงทะเบียนฉีดวัคซีนได้ที่ไหน
จากสถานการณ์โควิด – 19 ที่ระบาดไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง และในปัจจุบันสถานการณ์การระบาดในระลอกที่ 3 ถือว่ามีความรุนแรงมากขึ้น แต่ยังดีที่ทีมแพทย์จากทั่วโลกสามารถผลิตวัคซีนโควิด – 19 ออกมาได้ และมีการฉีดให้กับประชาชนไปแล้วในหลายๆ ประเทศด้วยกัน รวมถึงประเทศไทยที่ประชาชนเริ่มตื่นตัวกับการฉีดวัคซีน ซึ่งในบทความนี้จะนำมาพบกับการเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนที่จะรับการฉีดวัคซีนโควิด – 19 เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาและทำความเข้าใจกันก่อนครับ
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าตอนนี้ประเทศไทยมีวัคซีนอยู่ 3 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วย “ซิโนแวค”, “แอสตร้าเซนเนก้า” และ “โมเดอร์น่า” ทีนี้มาเข้าถึงการเตรียมตัวก่อนจะเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดของมนุษย์ ห้องเช่า เราๆ กันแล้ว ว่าต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง
1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และก่อนหน้าจะเข้ารับการฉีดวัคซีน 2 วัน ห้ามให้ผู้ที่เข้ารับการฉีดออกกำลังกายหนักๆ อย่างเด็ดขาด รวมถึงหลังจากการฉีดวัคซีนเสร็จแล้วเช่นเดียวกัน
2. หากผู้เข้ารับการฉีดมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาอยู่เป็นประจำ ให้ปรึกษากับแพทย์ประจำตัวของเราเสียก่อน
3. ก่อนหน้าวันที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และในวันที่เข้ารับการฉีดควรจะงดเครื่องที่มีกาเฟอีนเป็นส่วนประกอบทั้งหมด (ชา, กาแฟ) และพยายามดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อย 500 – 1000 ซีซี (3 – 5 แก้ว)
4. หากผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนมีอาการไม่สบายให้แจ้งเจ้าหน้าแล้วเลื่อนนัดออกไปอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ด้วยกัน
5. ก่อนเข้ารับการฉีดให้รับประทานอาหารให้เรียบร้อย และหากมียาที่ต้องทานเป็นประจำก็ให้ทานได้เลย
6. ในกรณีที่ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนมีการใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด เมื่อเดินทางไปถึงจุดลงทะเบียนให้รีบแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทันที
7. ควรฉีดวัคซีนโควิด – 19 ห่างจากการฉีดวัคซีนอย่างอื่นขั้นต่ำ 4 สัปดาห์ด้วยกัน และกรณีที่เป็นสตรีมีครรภ์หากมีอายุน้อยกว่า 12 สัปดาห์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ณ ที่ให้บริการฉีดวัคซีนหรือแจ้งทางโรงพยาบาล เพื่อของดการฉีดวัคซีนทันที
8. เดินทางมาถึงจุดให้บริการฉีดวัคซีนขั้นต่ำ 30 นาทีด้วยกัน แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสุภาพและสามารถถลกแขนเสื้อขึ้นได้ง่าย เตรียมเอกสารมาให้พร้อม (บัตรประชาชน, ข้อมูลการลงทะเบียนเข้ารับการฉีด)
9. ก่อนที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนไม่จำเป็นที่จะต้องหยุดยาใดๆ สวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา รวมถึงรักษาระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด
10. สำหรับผู้เข้ารับบริการที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ประกอบไปด้วย โรคเบาหวาน, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, โรคอ้วน, โรคมะเร็ง และโรคไตวายเรื้อรัง ทั้งหมดนี้ควรเข้ารับขอคำปรึกษาจากแพทย์ประจำตัวก่อนจะเข้ารับการฉีด หรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ประจำจุดให้บริการ
11. ใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดในการฉีด ตอนฉีดไม่ต้องเกร็งแขนแต่อย่างใด และหยุดใช้งานแขนข้างนั้นอย่างหนักเป็นเวลาอย่างน้อย 2 วันด้วยกัน พร้อมกับทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
หลังจากที่ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ได้รับการบริการเรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อไปที่ควรทำคือนั่งรออยู่ ณ จุดให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีด้วยกันเพื่อรอดูผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นหลังจากการฉีด หากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ผู้เข้ารับบริการไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาให้เดินไปพบแพทย์เพื่อขอเข้ารับการวัดความดันโลหิตอีกครั้งจากนั้นก็เดินทางกลับได้ และรอดูอาการอย่างน้อย 48 – 72 ชั่วโมงด้วยกัน
สำหรับอาการแพ้วัคซีนนั้นจะมีอยู่ 3 ลักษณะด้วยกันคือ
1. ประเภทที่อาการไม่รุนแรง – ประเภทนี้จะมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้เล็กน้อย, ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ, รู้สึกไม่สบายตัว, บริเวณจุดที่ฉีดคันและช้ำ, เกิดอาการคลื่นไส้อยากอาเจียน, อ่อนเพลีย โดยอาการเหล่านี้ผู้เข้ารับบริการสามารถหายาทานได้เอง และอาการจะหายไปภายใน 3 วันด้วยกัน
2. ประเภทที่อาการรุนแรง – กลุ่มนี้จะมีการพบเจอได้ไม่บ่อยมากนัก โดยอาการส่วนใหญ่นั้นจะมีทั้ง ใจสั่น, มึนงง, ต่อมน้ำเหลืองผิดปกติ, มีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่, ไม่ค่อยอยากอาหาร และบริเวณที่ฉีดนั้นจะบวมเป็นก้อน สำหรับคนที่มีอาการดังกล่าวควรจะรีบไปพบแพทย์ทันที
3. ประเภทแพ้วัคซีน – เป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุด อาการจะแสดงออกมาอย่างชัดเจนเช่น ผื่นขึ้น, มีจุดที่เลือดออกเป็นจำนวนมาก, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, ปากเบี้ยว, หมดสติ และหลอดลมตีบหายใจลำบาก หากพบอาการแบบนี้ให้พบแพทย์ทันที
