hongdee logo
หน้าหลักห้องเช่าล่าสุดประกาศขายคอมมูดีเคล็ดลับห้องดีวิธีการใช้งานลงโฆษณา
hongdee logo

วิธีดูสัญญาเช่าห้องก่อนทำสัญญาเช่า

เคล็ดลับห้องดี · 07/02/2023 เวลา 15:53 น.

วิธีดูสัญญาเช่าห้องก่อนทำสัญญาเช่า

วิธีดูสัญญาเช่าห้องก่อนทำสัญญาเช่า

ธุรกิจทางด้านห้องพักในปัจจุบันต้องยอมรับว่ากำลังเติบโตไปในทางที่ดี
มีบรรดาผู้บริโภคหลายคนต่างหาซื้อ, หาเช่าห้องพักกันอย่างมากมาย และสำหรับกลุ่มที่ต้องการมีห้องเช่าไปอยู่อาศัยทั้งแบบระยะยาวและระยะสั้นต่างต้องการห้องพักที่ตอบสนองกับความต้องการของตนเองได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ก่อนที่จะได้มาก็ต้องมีการทำสัญญาเกิดขึ้นเสียก่อนซึ่งในบทนี้จะพาไปดูสัญญาเช่าว่าจะต้องมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหากันในตอนท้ายหากต้องมีการย้ายออก
 

หาห้องเช่า

 1.ในสัญญาเช่าต้องมีข้อมูลผู้ให้เช่าอย่างละเอียด
– อันดับแรกก่อนการทำสัญญาเลยคือผู้เช่าจะต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้ให้เช่าอย่างชัดเจนโดยในหนังสือสัญญานั้นจะต้องมีระบุข้อมูลของผู้ให้เช่าเอาไว้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นชื่อ – นามสกุล, ที่อยู่อาศัย, เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
รวมถึงข้อสัญญาในหนังสือสัญญาจะต้องมีการระบุกฎต่างๆ เอาไว้ชัดเจน
ซึ่งตรงนี้ผู้เช่าก่อนที่จะทำการเซ็นสัญญาจะต้องดูให้ละเอียดถี่ถ้วนให้ดีๆ

2. ตรวจสอบรายละเอียดแต่ละข้อให้ดี
– อย่างถัดมาที่ผู้เช่าจะต้องทำการเช็คให้ละเอียดนั่นคือ ข้อกำหนดต่างๆ
ที่ผู้ให้เช่าทำมาให้ผู้เช่าต้องทำตาม โดยส่วนมากแล้วจะเป็นกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ
เช่น ห้ามเลี้ยงสัตว์, ห้ามส่งเสียงดัง, ห้ามเอาขยะหรือรองเท้าวางไว้หน้าห้อง, ห้ามดื่มสุรา,
ห้ามสูบบุหรี่ เป็นต้น แต่ในบางกรณีนั้นผู้ให้เช่าก็อาจจะมีการตกลงกันส่วนตัวอย่างเช่นในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ที่อาจจะมีการยกเว้นให้แต่ผู้เช่าต้องดูแลให้สัตว์เลี้ยงอยู่ภายในบริเวณห้องเท่านั้นห้ามออกไปรบกวนหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เช่ารายอื่น

3.ตรวจสอบวันชำระ, บัญชี ของผู้ให้เช่า
– ข้อถัดมาคือการตรวจสอบวัน, เวลาการชำระเงินให้กับผู้ให้เช่าให้ดีๆ
ว่าต้องจ่ายเงินวันไหน โดยส่วนมากแล้วจะมีการตกลงกันด้วยปากเปล่ากันก่อนในเบื้องต้นจากนั้นจึงจะนำมาลงในหนังสือสัญญาในภายหลังพร้อมกันนี้จะต้องทำการตกลงกันให้ดีว่าสามารถชำระล่าช้าได้เป็นระยะเวลากี่วันโดยจะมีค่าปรับหรือไม่มีนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ให้เช่าเป็นหลัก นอกจากนี้ผู้เช่าจำเป็นจะต้องตรวจสอบเลขบัญชีของผู้ให้เช่าดีๆ
เพราะบางครั้งอาจจะเจอกับมิจฉาชีพด้วยการเอาบัญชีคนอื่นมาสวมรอยแทน

หาห้องเช่า

 4. ตรวจสอบเฟอร์นิเจอร์ที่มีภายในสัญญาให้เรียบร้อย
– โดยส่วนมากแล้วในหนังสือสัญญาจะมีการระบุอย่างชัดเจนว่าในห้องเช่านั้น

ผู้ให้เช่ามีเฟอร์นิเจอร์ชนิดไหนให้บริการแก่ผู้เช่า โดยผู้เช่าจะต้องทำการตรวจสอบให้เรียบร้อย
เผื่อกรณีที่ผู้เช่ามีการซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้ามาเพิ่มเติม จะได้ไม่มีปัญหากับทางผู้ให้เช่าในกรณีที่ย้ายออกในภายหลัง

หาห้องเช่า

 5. เช็ครายละเอียดเรื่องค่ามัดจำกับค่าล่วงหน้าก่อนจะเซ็นสัญญา
– แน่นอนว่าทุกห้องพักไม่ว่าจะเป็นคอนโดหรือห้องพักปกติทั่ว ๆ ไป

จะต้องมีการเรียกเก็บค่ามัดจำกับค่าล่วงหน้าก่อนเสมอทีนี้ทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร ค่ามัดจำเป็นเหมือนเงินที่แสดงหลักฐานว่าทั้งสองฝ่ายมีการทำสัญญาเช่าซึ่งกันและกัน
และเงินก้อนนั้นเปรียบเสมือนเงินประกันว่าผู้เช่าจะทำตามกฎของผู้ให้เช่าในระยะเวลาที่กำหนด
เช่น ค่ามัดจำ 9,000 บาท จะมีการคืนให้เมื่อผู้เช่าอยู่ครบ 3 เดือน เป็นต้น ส่วนค่าล่วงหน้าเปรียบเสมือนกับเป็นการจ่ายค่าห้องเช่าล่วงหน้าในระยะเวลาที่ผู้ให้เช่ากำหนด
เช่น ค่าห้อง 5,000 บาท จ่ายล่วงหน้า 3 เดือน นั่นแปลว่า ผู้เช่าจะต้องจ่ายเงินก้อนแรกให้กับผู้ให้เช่าเป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท แต่จะแลกกับการไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเป็นระยะเวลา 3 เดือนด้วยกัน
ดังนั้นก่อนจะเซ็นสัญญาจะต้องทำความเข้าใจกับข้อนี้ให้ดีๆ

หาห้องเช่า

6.เช็ครายละเอียดการหักเงินในกรณีที่ทำทรัพย์สินเสียหาย
– บางหอพักจะมีกฎข้อนี้ออกมานั่นคือ การหักเงินค่ามัดจำตามทรัพย์สินที่เกิดความเสียหายภายในห้อง ยกตัวอย่างเช่น เตียงเกิดขาดปรับจุดละ 500 บาท หรือตู้เสื้อผ้าแตกหรือหักปรับจุดละ 1000 บาท เป็นต้น ทีนี้เงินค่าปรับจะเอาจากไหน โดยส่วนมากแล้วจะหักจากค่ามัดจำที่จะต้องคืนให้กับผู้เช่าเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ ยกตัวอย่าง ผู้เช่าอยู่ครบ 5 เดือนจะได้เงินมัดจำจำนวน 10,000 บาทคืน เมื่อครบ 5 เดือนผู้ให้เช่าจะมาทำการตรวจตราตามจุดต่างๆ ที่ได้ลงรายละเอียดไว้ หากไม่มีจุดไหนชำรุดเสียหายผู้เช่าจะได้เงิน 10,000 บาทคืนในจำนวนเต็มทันที แต่หากมีจุดชำรุดเสียก็จะโดนหักตามที่ระบุไว้ในสัญญาตรงนี้ต้องระวังให้ดีๆ เพราะส่วนมากข้อนี้มักจะอยู่หลังๆ ทำให้ผู้เช่าไม่ได้สนใจมากนัก

 

หาห้องเช่า


7. ตรวจสอบการชำระค่าน้ำ, ค่าไฟ,ค่าส่วนกลาง, ค่าซ่อมแซมให้ดีๆ
– ข้อนี้ถือว่าเป็นข้อที่สำคัญที่ในหนังสือสัญญาจะต้องระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าส่วนกลาง (ถ้าหากมี) และค่าซ่อมแซมต่างๆ ว่าใครจะต้องเป็นผู้ชำระในส่วนนี้

โดยส่วนมากแล้วนั้น จะเป็นผู้เช่าที่เป็นคนจ่าย ยกเว้นค่าซ่อมแซมในบางกรณีดังนั้นก่อนที่จะทำการเซ็นสัญญาผู้เช่าจะต้องตรวจสอบสิ่งต่างๆ ภายในห้องพักให้ดีเสียก่อน หากมีจุดไหนชำรุดเสียหาย ให้เจ้าของห้องทำการซ่อมแซมก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้น เพราะหากเซ็นสัญญาไปแล้ว ในหลายๆ ครั้งผู้ให้เช่ามักจะให้ผู้เช่าเป็นคนชำระค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้แทน
 

หาห้องเช่า

 8. ตรวจสอบข้อตกลงในการแต่งเติมหรือตกแต่งห้องเช่าให้ดีๆ
– ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่า นั่นคือการต่อเติมห้อง โดยในหนังสือสัญญาส่วนมากจะไม่ได้ระบุถึงข้อนี้มาแต่ส่วนใหญ่เจ้าของห้องหรือผู้ให้เช่ามักจะหยิบยกเอามาเป็นประเด็นในการเรียกค่าปรับหรือลงโทษผู้เช่า ดังนั้นก่อนจะเซ็นสัญญา ผู้เช่าจะต้องทำการตรวจสอบรายละเอียดในข้อนี้ หรือถามผู้ให้เช่าให้ละเอียดถี่ถ้วน ว่าสามารถต่อเติมห้องเช่าได้หรือ ทางที่ดีควรมีการทำเป็นลายลักษณ์อักษรให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหากันในภายหลัง

 

หาห้องเช่า

9. ดูระยะเวลาในการแจ้งวันย้ายออกให้ดีๆ
– ข้อสุดท้ายที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาเลยคือการย้ายออก ในหลายๆครั้งเรามักจะเห็นข่าวว่าผู้ให้เช่าไปขนของของผู้เช่าออกจากห้องโดยพลการ โดยมักจะอ้างเหตุผลว่าผู้เช่าขอย้ายออกแต่ไม่ยอมรีบย้ายออกไป ในกรณีนี้หนังสือสัญญาส่วนมากนั้นจะมีระบุไว้อย่างชัดเจน โดยส่วนมากแล้วนั้นจะมีระยะเวลาให้ทั้งหมด 1 เดือนด้วยกันในการย้ายออก หากเกินระยะเวลาที่กำหนด ก็เป็นหน้าที่ของผู้เช่าที่จะต้องขอประนีประนอมต่อผู้ให้เช่าเพราะถือว่าผิดตามสัญญา แต่หากยังอยู่ภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้วผู้ให้เช่ากระทำการขนของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรงนี้ผู้เช่ามีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเอาความผิดจากผู้ให้เช่าได้

และนี่ก็คือทั้งหมดที่ในหนังสือสัญญาระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าควรจะมี โดยหากเป็นคอนโดหรือห้องพักใหญ่ๆ มีชื่อส่วนมากจะมีการระบุข้อกำหนดเหล่านี้เอาไว้อย่างชัดเจน แต่หากเป็นห้องพักขนาดเล็ก ส่วนมากนั้นจะไม่ได้ระบุเอาไว้ทั้งหมด บางข้อก็อาจจะเป็นการตกลงกันปากเปล่าซึ่งมักจะมีปัญหาตามมาในภายหลัง ดังนั้นทางที่ดีควรจะทำสัญญาให้ละเอียด และผู้เช่าจะต้องทำการตรวจสัญญาเล่มนั้นว่ามีข้อกำหนดตรงตามที่ต้องการหรือไม่ หากบางข้อหายไปหรือจำเป็นต้องทำสัญญาปากเปล่าจริงก็ควรมีการอัดเสียงหรือทำบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาในตอนย้ายออกต่อไป

 

#หาห้องเช่า
#ห้องเช่า
#หาห้อง
#ห้องเช่าราคาถูก

บทความแนะนํา

วิธีดูสัญญาเช่าห้องก่อนทำสัญญาเช่า