แต่งห้องเช่าให้น่าอยู่ 8 ไอเดียง่ายๆ งบน้อย ห้องเล็กก็สวย อยู่สบายได้
เคล็ดลับห้องดี · 30/09/2026 เวลา 10:48 น.
อยากแต่งห้องเช่าให้น่าอยู่แต่ไม่อยากเสียงบเยอะ? รวม 8 วิธีแต่งห้องเช่างบน้อย ห้องเล็กก็ทำได้ พร้อมวิธีเลือกเฟอร์นิเจอร์ จัดพื้นที่ และแต่งแบบไม่เสี่ยงเสียเงินประกัน
แต่งห้องเช่าให้น่าอยู่ ไม่จำเป็นต้องรีโนเวทหรือซื้อของแพง
กลับจากทำงานหรือเรียนมาเหนื่อย ๆ เปิดประตูเข้าห้องแล้วเจอเสื้อผ้ากองบนเก้าอี้ โต๊ะเต็มไปด้วยของ เตียงกินพื้นที่เกือบครึ่งห้อง และแสงไฟทำให้ห้องดูเหมือนสถานที่สำหรับ “นอนชั่วคราว” มากกว่าจะเป็นพื้นที่พักผ่อนของตัวเอง
หลายคนจึงเริ่มคิดว่าอยาก แต่งห้องเช่าให้น่าอยู่ มากขึ้น
แต่ปัญหาคือเราไม่ได้เป็นเจ้าของห้อง
จะเจาะผนังก็กลัวผิดสัญญา จะทาสีก็ไม่แน่ใจว่าต้องทาคืนหรือไม่ จะซื้อเฟอร์นิเจอร์แพง ๆ ก็กลัวว่าอีกหนึ่งปีต้องย้ายห้อง และถ้าซื้อของมากเกินไป ค่าใช้จ่ายตอนย้ายก็เพิ่มขึ้นอีก
ดังนั้น การแต่งห้องเช่าที่ดีจึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีของแต่งห้องมากที่สุด แต่เป็นการทำให้ พื้นที่ที่เราจ่ายค่าเช่าทุกเดือนตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากที่สุด
แต่งห้องเช่าให้น่าอยู่ คืออะไร?
คือการปรับพื้นที่เช่าให้สะอาด เป็นระเบียบ ใช้งานสะดวก และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้เช่า โดยเลือกวิธีที่สามารถคืนสภาพเดิมได้ง่าย ไม่ลงทุนเกินความจำเป็น และไม่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของเจ้าของห้อง
ถ้าทำถูกวิธี ห้องเช่าธรรมดา ๆ ก็สามารถกลายเป็นพื้นที่ที่เรารู้สึกสบายเมื่อกลับถึงบ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องรีโนเวทครั้งใหญ่
1. ก่อนแต่งห้องเช่า เช็กสัญญาและข้อห้ามก่อนซื้อของ
เห็นห้องสวย ๆ ในโซเชียลแล้วอยากทำตามทันทีเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งแรกที่ควรเปิดดูไม่ใช่แอปช้อปปิ้ง แต่คือ สัญญาเช่าเพราะต่อให้แต่งห้องออกมาสวยแค่ไหน หากต้องเสียเงินซ่อมตอนย้ายออก ความสวยนั้นอาจไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป
สิ่งที่ควรตรวจสอบกับเจ้าของห้องหรือผู้ดูแล ได้แก่
• เจาะผนังได้หรือไม่
• ติดวอลเปเปอร์หรือสติ๊กเกอร์ได้หรือไม่
• เปลี่ยนผ้าม่านได้หรือไม่
• เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์เดิมได้แค่ไหน
• สามารถเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมไฟได้หรือไม่
• ติดชั้นวางหรือตะขอแบบกาวได้หรือไม่
• ทาสีผนังได้หรือไม่ และต้องคืนสภาพเดิมหรือเปล่า
• หากเกิดรอยหรือความเสียหาย จะคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนเช่า?
เพราะเงินประกันเป็นต้นทุนก้อนหนึ่งของการเช่าห้อง การแต่งห้องโดยไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนอาจทำให้ค่าแต่งห้องที่ดูเหมือนถูก กลายเป็นค่าใช้จ่ายแพงตอนย้ายออก
ตัวอย่างเช่น คุณเช่าห้องเดือนละ 10,000 บาทและอยากเปลี่ยนบรรยากาศ จึงติดวัสดุตกแต่งบนผนังหลายจุด หากตอนลอกออกทำให้สีเดิมเสียหาย เจ้าของอาจขอให้คืนสภาพก่อนส่งมอบห้อง
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเลือกของตกแต่งแบบ Freestanding และ Reversible เช่น กระจกตั้งพื้น ชั้นวางแบบตั้ง โต๊ะข้างเตียง โคมไฟตั้งโต๊ะ หรือกรอบรูปแบบพิงผนัง
เคล็ดลับห้องดี : ก่อนคิดว่าจะซื้ออะไร ให้รู้ก่อนว่า “อะไรทำได้และอะไรทำไม่ได้” เพราะเป้าหมายของการแต่งห้องเช่าคืออยู่สบายขึ้น ไม่ใช่เพิ่มภาระตอนย้ายออก
2. วัดพื้นที่ก่อนซื้อของ ช่วยทั้งเรื่องงบและพื้นที่ใช้สอย
หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาแต่งห้องคือซื้อของจากภาพโดยไม่ได้วัดพื้นที่จริง โต๊ะกว้าง 120 ซม. อาจดูไม่ใหญ่ในร้าน แต่เมื่อเอาเข้าไปในห้องสตูดิโอขนาดเล็ก อาจทำให้ทางเดินแคบลงอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนเริ่ม แต่งห้องเช่าให้น่าอยู่ ลองวัดอย่างน้อย 6 จุด
1. ความกว้างและความยาวห้อง
2. ขนาดเตียง
3. พื้นที่ข้างเตียง
4. พื้นที่หน้าและข้างตู้เสื้อผ้า
5. ตำแหน่งประตูและหน้าต่าง
6. ตำแหน่งปลั๊กไฟ
จากนั้นแบ่งห้องตามกิจกรรมจริงของเรา เช่น
Sleeping Zone — เตียงและพื้นที่พักผ่อน
Working Zone — โต๊ะทำงานหรืออ่านหนังสือ
Storage Zone — ตู้ ชั้น และพื้นที่เก็บของ
Daily Zone — แต่งตัว เตรียมของ หรือรับประทานอาหาร
ตัวอย่างสำหรับพนักงานออฟฟิศ
สมมติว่าคุณเช่าอพาร์ทเม้นท์ใกล้ที่ทำงานและกลับถึงห้องประมาณหนึ่งทุ่ม วันธรรมดาคุณใช้ห้องหลัก ๆ เพื่ออาบน้ำ
รับประทานอาหาร ดูซีรีส์ ทำงานเล็กน้อย และนอน ในกรณีนี้ คุณอาจไม่จำเป็นต้องซื้อโซฟาขนาดใหญ่เลย โต๊ะขนาดเล็กหนึ่งตัวที่ใช้ทั้งทำงานและรับประทานอาหารได้ อาจมีประโยชน์มากกว่าโซฟาที่กินพื้นที่หลายตารางเมตร
นี่คือหลักสำคัญของการจัดห้องเช่า :
อย่าจัดห้องตามภาพที่อยากได้เพียงอย่างเดียว ให้จัดตามชีวิตที่เกิดขึ้นจริงในห้อง
เคล็ดลับห้องดี : วัดก่อนซื้อและจัดพื้นที่ตามกิจกรรมจริง จะช่วยลดการซื้อเฟอร์นิเจอร์ผิดขนาด ประหยัดเงิน
และทำให้ห้องเล็กใช้งานได้มากขึ้น
3. เลือกโทนสีให้ห้องดูสบายตา
สีเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่เปลี่ยนความรู้สึกของห้องได้มาก แต่ผู้เช่าส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องทาสีผนังใหม่
วิธีง่ายกว่าคือกำหนด Color Palette 2–3 สี แล้วใช้กับของที่เปลี่ยนหรือย้ายออกได้ เช่น
• ผ้าปูที่นอน
• ปลอกหมอน
• ผ้าม่าน
• พรม
• กล่องเก็บของ
• โคมไฟ
• ของตกแต่งเล็ก ๆ
ตัวอย่างโทนที่นำไปใช้ได้ง่าย ได้แก่
ขาว + ครีม + ไม้อ่อน : เหมาะกับห้องมินิมอลและคนที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่น
ขาว + เทา + ดำเล็กน้อย : เหมาะกับห้องโมเดิร์นและพนักงานออฟฟิศ
ครีม + น้ำตาล + เขียว : เหมาะกับคนชอบบรรยากาศธรรมชาติ
ห้องเดิมมีเฟอร์นิเจอร์หลายสีทำอย่างไร?
ห้องเช่าหลายแห่งมีตู้สีน้ำตาล เตียงสีดำ ผนังสีขาว และพื้นลายไม้อยู่แล้ว
อย่าพยายามเปลี่ยนทุกอย่าง
ให้เลือกสีเดิมหนึ่งหรือสองสีเป็นฐาน แล้วซื้อของใหม่ให้เชื่อมกับสีเหล่านั้น เช่น ถ้าพื้นและตู้เป็นไม้ ใช้ผ้าปูสีครีมและของตกแต่งโทนธรรมชาติ ห้องจะดูไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
เคล็ดลับห้องดี : ห้องดูดีไม่ได้เกิดจากของทุกชิ้นสวย แต่เกิดจากของแต่ละชิ้นอยู่ร่วมกันแล้วไม่ขัดกัน
4. เปลี่ยนชุดเครื่องนอนก่อน เพราะเป็นจุดที่เห็นชัดที่สุด
ในห้องเช่าขนาดเล็ก เตียงมักเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่กินพื้นที่สายตามากที่สุด นั่นทำให้การเปลี่ยน
• ผ้าปูที่นอน
• ปลอกหมอน
• ผ้านวม
• หมอนอิง
สามารถเปลี่ยน Mood & Tone ของห้องได้มากโดยไม่ต้องแตะผนังหรือเฟอร์นิเจอร์เดิม ถ้าอยากได้ห้องมินิมอล ให้เลือกผ้าปูพื้นเรียบและจำกัดจำนวนลวดลาย หากชอบสีสันสามารถใช้หมอนหรือผ้าห่มเป็น Accent Color แทน
ตัวอย่าง ห้องที่มีผนังสีขาวและเตียงไม้เดิม หากใช้ผ้าปูหลายสี ลายผ้าม่านอีกแบบ และหมอนหลายลาย ห้องอาจดูยุ่งแม้จะสะอาด แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นผ้าปูสีครีม ผ้าห่มน้ำตาลอ่อน และหมอนสีเดียวกัน ภาพรวมจะดูเป็นระเบียบขึ้นทันที
สำหรับคนเช่า วิธีนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างคือ ทุกอย่างย้ายไปห้องใหม่ได้
เคล็ดลับห้องดี : ถ้ามีงบจำกัดและเลือกเปลี่ยนได้เพียงจุดเดียว เริ่มจากบริเวณเตียงก่อน เพราะเป็นพื้นที่ที่มี Visual Impact สูงที่สุดในห้องส่วนใหญ่
5. ใช้แสงไฟเปลี่ยนบรรยากาศห้อง โดยไม่ต้องรีโนเวท
บางห้องสะอาด เฟอร์นิเจอร์ดี และจัดของเป็นระเบียบ แต่กลับรู้สึกไม่น่าอยู่ เพราะแสงไม่เหมาะกับกิจกรรม
แทนที่จะใช้ไฟดวงเดียวทั้งห้อง ลองคิดเรื่องแสงเป็น 3 ระดับ
Ambient Light — แสงหลัก ใช้สำหรับให้ความสว่างโดยรวมของห้อง
Task Light — แสงสำหรับทำงาน เช่น โคมไฟโต๊ะสำหรับอ่านหนังสือ ทำงาน หรือแต่งหน้า
Relaxing Light — แสงสร้างบรรยากาศ เช่น โคมไฟข้างเตียงหรือโคมไฟตั้งพื้นที่ใช้ตอนพักผ่อน
สำหรับคนทำงาน ถ้าต้อง Work From Home บางวัน คุณอาจต้องการแสงบริเวณโต๊ะที่ชัดเจนกว่าบริเวณเตียง
ตอนกลางคืน เมื่อเลิกทำงานแล้ว สามารถปิดไฟโต๊ะและเปิดไฟอีกจุดแทน วิธีนี้ช่วยแบ่งบรรยากาศ “เวลาทำงาน” กับ “เวลาพัก” แม้อยู่ในห้องเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ควรเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน และหลีกเลี่ยงการต่อปลั๊กหลายชั้นหรือวางสายไฟในจุดที่เสี่ยงสะดุด
เคล็ดลับห้องดี : การแต่งห้องเช่าไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งของ แสงที่เหมาะกับกิจกรรมสามารถทำให้พื้นที่เดิมรู้สึกแตกต่างได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์
6. เลือกเฟอร์นิเจอร์แบบ “ย้ายได้ ใช้ได้หลายอย่าง”
สำหรับเจ้าของบ้าน เฟอร์นิเจอร์ Built-in อาจเป็นการลงทุนระยะยาว แต่สำหรับผู้เช่า เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกว่าอาจเป็นสิ่งที่ ถอด ย้าย และนำไปใช้ต่อได้ ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ลองถาม 4 คำถาม
1. ใช้ได้มากกว่าหนึ่งหน้าที่หรือไม่?
2. ถ้าย้ายห้อง เอาไปด้วยง่ายหรือไม่?
3. ขนาดเหมาะกับห้องปัจจุบันหรือไม่?
4. ถ้าห้องใหม่เล็กกว่า ยังใช้ได้หรือไม่?
ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับชีวิตเช่า เช่น
• โต๊ะพับ
• รถเข็นมีล้อ
• ชั้นวางแบบถอดประกอบ
• กล่องเก็บของซ้อนกันได้
• โต๊ะข้างเตียงที่ใช้เป็นที่เก็บของ
• ราวแขวนเสื้อแบบตั้งพื้น
คิดเรื่อง “ระยะเวลาที่จะอยู่” ก่อนซื้อ ถ้าคุณตั้งใจอยู่เพียง 6–12 เดือน การซื้อเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่หลายชิ้นอาจไม่คุ้ม
แต่ถ้าจะอยู่ 3–5 ปี และห้องไม่มีโต๊ะทำงาน การลงทุนกับโต๊ะและเก้าอี้ที่เหมาะกับการใช้งานทุกวันอาจคุ้มกว่าของตกแต่งหลายชิ้นรวมกัน
เคล็ดลับห้องดี : ของที่ดีที่สุดสำหรับห้องเช่าไม่จำเป็นต้องเป็นของที่สวยที่สุด แต่ควรเป็นของที่ “ใช้จริง ย้ายง่าย และคุ้มกับระยะเวลาที่อยู่”
7. แต่งห้องเช่าแบบไม่เจาะผนัง ลดความเสี่ยงเสียเงินประกัน
หนึ่งใน Long-tail Intent ที่สำคัญของคนเช่าคือ แต่งห้องเช่าไม่เจาะผนัง วิธีที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น
• กรอบรูปแบบตั้งหรือพิง
• กระจกตั้งพื้น
• Pegboard แบบตั้งโต๊ะ
• ราวแขวนแบบตั้งพื้น
• ชั้นวางแบบ Freestanding
• ของตกแต่งบนโต๊ะ
• ตะขอหรือวัสดุติดผนังแบบถอดออกได้ตามความเหมาะสม
แต่คำว่า “ลอกออกได้” ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยกับผนังทุกประเภท สีเก่า ผนังที่มีความชื้น หรือพื้นผิวบางชนิดอาจเสียหายได้ ดังนั้นควรทดลองกับพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่เด่นก่อน และตรวจสอบเงื่อนไขกับเจ้าของห้อง
ตัวอย่างที่ปลอดภัยกว่า
ถ้าอยากมี Gallery Wall แทนที่จะติดกรอบรูปสิบชิ้นบนผนัง อาจเลือกภาพขนาดใหญ่เพียงหนึ่งหรือสองชิ้นวางบนชั้นหรือโต๊ะ ได้ Mood ใกล้เคียงกัน แต่ลดจำนวนจุดที่สัมผัสกับผนัง
เคล็ดลับห้องดี : สำหรับห้องเช่า แนวคิดที่ดีที่สุดคือ Decorate without Damage — สวยขึ้นได้ แต่ต้องสามารถคืนห้องได้ง่ายด้วย
8. ใช้กระจกและการจัดวางช่วยให้ห้องเล็กดูโปร่งขึ้น
กระจกไม่ได้เพิ่มพื้นที่จริง แต่สามารถช่วยสร้างมิติให้ห้องรู้สึกเปิดมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อวางในตำแหน่งที่สะท้อนแสงหรือบริเวณที่ไม่ทำให้ทางเดินแคบ
สำหรับผู้เช่า กระจกตั้งพื้นมีข้อดีคือไม่ต้องติดถาวรกับผนังและสามารถย้ายไปห้องใหม่ได้
แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนความสวย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง ควรเลือกวิธีติดตั้งหรือวางที่มั่นคงตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
นอกจากกระจกแล้ว เทคนิคทำให้ห้องดูโปร่งยังรวมถึง
• ไม่วางเฟอร์นิเจอร์สูงกระจายทุกด้าน
• ลดของบนพื้น
• เลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดสัมพันธ์กับห้อง
• เปิดพื้นที่บริเวณหน้าต่าง
• ไม่ใช้ของตกแต่งชิ้นเล็กจำนวนมากเกินไป
ตัวอย่าง ห้อง 25 ตร.ม. ที่มีตู้ ชั้น และกล่องวางกระจายสี่มุมอาจดูแคบกว่าห้องขนาดเดียวกันที่รวม Storage ไว้เพียงด้านเดียว ดังนั้นก่อนคิดว่าห้อง “เล็กเกินไป” ลองเปลี่ยน Layout ก่อน
เคล็ดลับห้องดี : ความรู้สึกว่าห้องกว้างหรือแคบไม่ได้มาจากจำนวนตารางเมตรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมองเห็นพื้นที่ว่างและการจัดทางเดินด้วย
Checklist แต่งห้องเช่าให้น่าอยู่ ก่อนเริ่มซื้อของ
ก่อนกดสั่งของ ลองเช็กทีละข้อ
☐ อ่านสัญญาเช่าแล้ว
☐ รู้ว่าเจาะผนังได้หรือไม่
☐ ถ่ายรูปสภาพห้องก่อนตกแต่งไว้แล้ว
☐ วัดพื้นที่ห้องแล้ว
☐ วัดประตูและทางเข้าแล้ว
☐ รู้ตำแหน่งปลั๊กไฟ
☐ แบ่งโซนนอน / ทำงาน / เก็บของแล้ว
☐ คัดของที่ไม่ได้ใช้ออกแล้ว
☐ กำหนด Mood & Tone ของห้องแล้ว
☐ ตั้งงบสูงสุดแล้ว
☐ แยกของจำเป็นออกจากของตกแต่งแล้ว
☐ ตรวจสอบขนาดก่อนซื้อทุกครั้ง
☐ คิดแล้วว่าจะขนของชิ้นนั้นอย่างไรเมื่อย้าย
☐ ของติดผนังสามารถคืนสภาพได้
☐ ไม่บดบังทางเดิน ประตู หรือช่องระบายอากาศ
☐ ไม่เพิ่มความเสี่ยงด้านไฟฟ้าหรือการใช้งาน
☐ เก็บเฟอร์นิเจอร์เดิมของเจ้าของไว้ครบ
☐ เก็บใบเสร็จหรือหลักฐานของสำคัญไว้
หากผ่าน Checklist ส่วนใหญ่แล้ว ค่อยเริ่มซื้อของตามลำดับความจำเป็น
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแต่งห้องเช่าให้น่าอยู่
แต่งห้องเช่าให้น่าอยู่ เริ่มจากอะไรดีที่สุด?
เริ่มจากตรวจสอบสัญญาเช่า วัดพื้นที่ และเคลียร์ของที่ไม่จำเป็นก่อนซื้อของใหม่ จากนั้นแบ่งพื้นที่ตามกิจกรรม เช่น นอน ทำงาน และเก็บของ แล้วจึงเลือกเครื่องนอน แสงไฟ Storage และของตกแต่งตามงบ วิธีนี้ช่วยลดการซื้อของผิดขนาดและลดความเสี่ยงทำห้องเสียหาย
แต่งห้องเช่างบน้อยทำอย่างไร?
ให้เริ่มจากสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากแต่ต้นทุนไม่สูง เช่น จัดของให้เป็นระเบียบ เปลี่ยนชุดเครื่องนอน เพิ่มโคมไฟ จัดสายไฟ และเลือกกล่องเก็บของโทนเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดพร้อมกัน
แต่งห้องเช่าโดยไม่เจาะผนังได้ไหม?
ได้ โดยเลือกของตกแต่งแบบตั้งพื้น ตั้งโต๊ะ หรือเคลื่อนย้ายได้ เช่น กระจกตั้งพื้น ชั้นวางแบบตั้ง กรอบรูปแบบพิง และราวแขวนแบบ Freestanding หากจะใช้วัสดุติดผนัง ควรตรวจสอบสัญญาและทดสอบกับพื้นผิวก่อน
ห้องเช่าเล็กควรแต่งอย่างไรให้ดูกว้าง?
ลดของที่วางบนพื้น ใช้ Storage แนวตั้ง เลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดเหมาะกับพื้นที่ เปิดบริเวณหน้าต่างให้โล่ง และใช้กระจกอย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือเหลือพื้นที่ว่างและทางเดินมากพอ ไม่ใช่พยายามใส่เฟอร์นิเจอร์ให้ครบทุกประเภท
แต่งห้องเช่ามินิมอลต้องใช้สีอะไร?
ไม่มีสีตายตัว แต่การจำกัด Palette ไว้ประมาณ 2–3 สีช่วยให้คุมภาพรวมง่าย เช่น ขาว ครีม และไม้ หรือขาว เทา และดำเล็กน้อย ควรเริ่มจากสีเฟอร์นิเจอร์เดิมก่อน แล้วเลือกของใหม่ให้เข้ากันแทนการพยายามเปลี่ยนทุกอย่าง
ควรซื้อเฟอร์นิเจอร์เองหรือเลือกห้อง Fully Furnished?
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเช่า งบ และไลฟ์สไตล์ หากย้ายบ่อย ห้อง Fully Furnished อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายและภาระการขนย้าย แต่ถ้าอยู่ระยะยาวและต้องการพื้นที่ทำงานหรือ Storage เฉพาะตัว การซื้อเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเองอาจตอบโจทย์กว่า
แต่งห้องเช่าประมาณเท่าไรถึงจะน่าอยู่?
ไม่มีงบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับของเดิมในห้องและสิ่งที่ผู้เช่ามีอยู่แล้ว ห้องบางแห่งอาจใช้เพียงงบเล็กน้อยสำหรับ Storage และเครื่องนอน ขณะที่ห้องเปล่าอาจต้องใช้มากกว่า ควรตั้งงบตามระยะเวลาที่จะอยู่และซื้อของจำเป็นก่อนของตกแต่ง
อยู่ห้องเช่าแค่ 1 ปี ควรแต่งเยอะไหม?
ควรเน้นของที่นำไปใช้ต่อในห้องใหม่ได้ เช่น เครื่องนอน โคมไฟ โต๊ะขนาดกะทัดรัด กล่องเก็บของ และเฟอร์นิเจอร์ถอดประกอบได้ หลีกเลี่ยงการลงทุนถาวรกับพื้นที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตและเห็นว่าคุ้มจริง
ก่อนย้ายออกต้องทำอะไรกับของแต่งห้อง?
ตรวจสอบสัญญา นำของส่วนตัวออก คืนเฟอร์นิเจอร์เดิมให้อยู่ในตำแหน่งหรือสภาพตามที่ตกลง ทำความสะอาด และตรวจหารอยที่เกิดจากการตกแต่ง หากมีภาพถ่ายวันรับห้องสามารถใช้เปรียบเทียบสภาพก่อนและหลังได้
ห้องเช่าที่น่าอยู่ เริ่มจาก “ชีวิตของเรา” ไม่ใช่ของแต่งห้อง
การ แต่งห้องเช่าให้น่าอยู่ ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนห้องธรรมดาให้เหมือนห้องตัวอย่างในโครงการ หรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งหมด
สิ่งสำคัญกว่าคือถามตัวเองว่า เราใช้ชีวิตในห้องนี้อย่างไร? ถ้าทำงานจากบ้านบ่อย ให้ความสำคัญกับโต๊ะและมุมทำงาน
ถ้าห้องเล็กและของเยอะ ให้แก้ Storage ก่อนซื้อของตกแต่ง ถ้าเพิ่งเริ่มทำงานและอาจย้ายอีกในหนึ่งปี เลือกของที่เบา ถอดประกอบง่าย และใช้ต่อได้ ถ้ากลับถึงห้องแล้วอยากพักจริง ๆ ให้เริ่มจากเตียง แสง และความเป็นระเบียบ
เพราะห้องที่น่าอยู่ที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นห้องที่แพงที่สุดหรือแต่งสวยที่สุด แต่คือห้องที่ ค่าเช่าเหมาะกับงบ เดินทางสะดวก พื้นที่พอดีกับชีวิต และกลับมาแล้วรู้สึกว่าเป็นพื้นที่พักของเรา
และถ้ากำลังจะย้ายห้องใหม่ อย่าเพิ่งดูเพียงภาพห้องหรือค่าเช่าต่อเดือน ลองเปรียบเทียบทั้งทำเล การเดินทาง เฟอร์นิเจอร์ ค่าใช้จ่ายวันย้ายเข้า และค่าใช้ชีวิตจริงในแต่ละเดือนด้วย
เมื่อรู้แล้วว่าห้องแบบไหนเหมาะกับชีวิตของคุณ การค้นหาคอนโด หอพัก อพาร์ทเม้นท์ หรือห้องเช่าที่ตรงกับงบและทำเลที่ต้องการบน Hongdee.com ก็จะง่ายขึ้น และช่วยให้คุณเริ่มต้นจาก “ห้องที่ใช่” ก่อนจะค่อย ๆ แต่งให้กลายเป็นพื้นที่ที่อยากกลับมาอยู่ทุกวัน
